โหลดกระเป๋าใต้เครื่องแต่ละสายการบิน ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนเดินทาง?

โหลดกระเป๋าใต้เครื่องแต่ละสายการบิน ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนเดินทาง?

จองตั๋วเรียบร้อย เลือกที่พักแล้ว และเริ่มจัดเสื้อผ้าลงกระเป๋า แต่ก่อนรูดซิปปิด ยังมีอีกเรื่องที่ควรตรวจสอบให้ครบ นั่นคือเงื่อนไขสัมภาระโหลดใต้เครื่อง เพราะกระเป๋าที่เคยใช้กับเที่ยวบินหนึ่งได้ อาจมีข้อกำหนดต่างออกไปเมื่อเปลี่ยนสายการบิน เส้นทาง หรือประเภทตั๋ว

น้ำหนักรวมกับน้ำหนักต่อใบ ต่างกันอย่างไร

ระบบน้ำหนักรวม หรือ Weight Concept ดูน้ำหนักรวมของกระเป๋าที่โหลดตามสิทธิ เช่น หากสิทธิที่ได้รับคือ 20 กก. ต้องจัดน้ำหนักรวมให้ไม่เกิน 20 กก. และยังต้องตรวจข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักต่อใบ รวมถึงเงื่อนไขอื่นของสายการบินด้วย

ระบบจำนวนชิ้น หรือ Piece Concept กำหนดจำนวนใบและน้ำหนักของแต่ละใบ เช่น ตั๋วระบุ 2 ใบ ใบละไม่เกิน 23 กก. ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าจะรวมเป็นกระเป๋าใบเดียวหนัก 46 กก. ได้ และไม่ควรสรุปว่าใบหนึ่งหนัก 26 กก. อีกใบหนัก 20 กก. จะผ่านเพียงเพราะรวมกันยังไม่เกิน 46 กก.

ขนาดกระเป๋า ต้องดูเป็นเซนติเมตร

เมื่อรู้สิทธิน้ำหนักแล้ว ให้ตรวจขนาดภายนอกของกระเป๋า โดยบางสายการบินใช้ผลรวมความสูง + ความกว้าง + ความลึก ขณะที่บางแห่งกำหนดขนาดสูงสุดแยกแต่ละด้าน การดูชื่อขนาด 24 หรือ 29 นิ้วเพียงอย่างเดียวจึงยังตอบไม่ได้ว่าโหลดได้ตามเงื่อนไขหรือไม่

ตัวอย่างข้อกำหนดของสายการบินที่ควรรู้

ANA เที่ยวบินระหว่างประเทศ กำหนดขนาดรวมต่อใบไม่เกิน 158 ซม. รวมล้อและหูจับ น้ำหนักตามสิทธิไม่เกิน 23 กก. ต่อใบ

Japan Airlines หรือ JAL เที่ยวบินระหว่างประเทศ กระเป๋าขนาดใหญ่ระบุขนาดรวมภายนอกต่อใบภายใน 203 ซม. รวมล้อและหูจับ และน้ำหนักสำหรับชั้นประหยัดไม่เกิน 23 กก. ต่อใบ 

AirAsia  ข้อมูลสัมภาระโหลดระบุขนาดสูงสุดต่อใบ 119 × 81 × 119 ซม. และน้ำหนักต่อใบไม่เกิน 32 กก. ต้องดูน้ำหนักที่รวมอยู่ในตั๋วหรือที่ซื้อเพิ่มด้วย

Emirates ดูว่าการเดินทางใช้ระบบน้ำหนักรวมหรือระบบจำนวนชิ้น ปัจจุบันระบุขนาดรวมสูงสุด 203 ซม. สำหรับระบบน้ำหนักรวม ส่วนระบบจำนวนชิ้นใช้เกณฑ์ 150 ซม.

เช็กลิสต์ก่อนออกจากบ้าน

ตรวจว่าตั๋วรวมสัมภาระหรือซื้อเพิ่มแล้ว จดจำนวนใบและน้ำหนักที่อนุญาต วัดขนาดภายนอกหลังแพ็ค และชั่งน้ำหนักแต่ละใบให้เรียบร้อย หากน้ำหนักใกล้เพดาน ควรเผื่อพื้นที่และน้ำหนักสำหรับของฝากขากลับด้วย

ก่อนส่งกระเป๋าที่เคาน์เตอร์ ถ่ายภาพสภาพกระเป๋า ติดข้อมูลติดต่อที่จำเป็น และเก็บป้ายรับกระเป๋าไว้จนกว่าจะได้รับสัมภาระคืนครบ การเลือกกระเป๋า Tpartner ให้เหมาะกับทริป